[x] ปิดหน้าต่างนี้
ยินดีต้อนรับคุณ บุคคลทั่วไป   
English Chinese (Simplified) Chinese (Traditional) French German Italian Japanese Korean Portuguese Russian Spanish Vietnamese Thai     
ค้นหา   
เมนูหลัก
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

@ สำนักการศึกษา
@ หนังสือเวียน กทม.
@ Daily Plans
@ EMIS
@ นิเทศออนไลน์
@ E-Libraly
@ E-Learning
@ BMA-Media
@ BMA Smartschool
@ สหกรณ์ออมทรัพย์ครู

blog สมาชิก
สถิติผู้เขียน blog 10 อันดับ
admin
[ มือใหม่ ]
5
starspost
[ มือใหม่ ]
5
tqmbroker
[ มือใหม่ ]
3
pook
[ มือใหม่ ]
1
บทความ blog ล่าสุดโดย
จะรู้ได้อย่างไรว่าเมื่อไหร่ควรใช้ \"ไฟตัดหมอก\"tqmbroker
เรื่องของล้อแม็ก ทำไมต้องเลือกเบาไว้ก่อนtqmbroker
การขับรถผ่านทางร่วมทางแยกหรือวงเวียนtqmbroker
เขียนโปรแกรมสร้างเกมส์บนเว็บadmin
รายชื่อมหาวิทยาลัยในระดับอุดมศึกษา ที่ 90starspost
แบ่งปันข้อมูล มหาวิทยาลัย กับ เว็บไซต์ มหาลัยไทย ดอทคอม Mahalaithai.comstarspost
(Thai-soccerbet)ทักษะเบื้องต้นในการเล่นฟุตบอล บทที่ 30starspost
ขอต้อนรับเข้าสู่ฟรีเว็บ thai-soccerbetstarspost
นักสืบนานาชาติ หลักสูตรสะกดรอย จากประเทศแคนาดา Csdspy นักสืบstarspost
กินเจ \"ไม่ลงพุง\" เลี่ยงแป้ง มัน เค็มpook
Fan Page
ระบบสมาชิก
Username :
Password :
[ สมัครสมาชิก ] | [ ลืมรหัสผ่าน ]
สมาชิกทั้งหมด 9 คน
สมาชิกที่กำลังออนไลน์ 0 คน
  

  หมวดหมู่ : ทั่วๆไป
เรื่อง : จะรู้ได้อย่างไรว่าเมื่อไหร่ควรใช้ \"ไฟตัดหมอก\"
blog name : tqmbroker
ระดับ : [ มือใหม่ ]
เข้าชม : 794
พฤหัสบดี ที่ 2 เดือน กรกฏาคม พ.ศ.2558
A- A A+
        

เกร็ดความรู้ดีๆ จาก  ประกันภัยรถยนต์ โปรโมชั่น ประกันรถยนต์ ดีๆ ทีคิวเอ็ม
เบื่อซ่อม อยากขาย ไว้ใจ  รถยนต์มือสอง ตลาดรถ รับฝากขาย รถมือสอง เปรียบเทียบรถยนต์ ฟรี!!

     รถยนต์รุ่นใหม่ๆที่วางจำหน่ายอยู่ในปัจจุบัน มักจะมาพร้อมอุปกรณ์ส่องสว่างที่เรียกว่า "ไฟตัดหมอก" ซึ่งมีประโยชน์อย่างมากหากใช้ถูกต้องตามวัตถุประสงค์ของมัน แต่จะกลายเป็นดาบสองคมทันทีหากใช้ผิดที่ผิดทา แล้วแบบนี้จะรู้ได้อย่างไรว่าเมื่อไหร่ควรเปิดไฟตัดหมอก? เราจึงขอแนะนำการใช้งานไฟตัดหมอกอย่างถูกวิธีมาดูกัน

     ไฟตัดหมอกถือว่าเป็นอุปกรณ์มาตรฐานที่ติดตั้งในรถยุโรปแบรนด์หรูส่วนใหญ่มาร่วม 30 ปีแล้ว ซึ่งมีทั้งที่ติดตั้งไว้ในชุดโคมไฟใหญ่ และแยกออกมาติดตั้งไว้บริเวณกันชน รวมถึงไฟตัดหมอกหลังที่มักอยู่ในชุดโคมเดียวกับไฟท้าย พร้อมสวิตช์ปิด-เปิดอยู่ภายในรถ


     ขณะที่รถจากฝั่งญี่ปุ่นนั้น 'ไฟตัดหมอก' ก็ถูกติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานเกือบทุกรุ่นที่วางจำหน่ายในปัจจุบันแล้วเช่นกัน ซึ่งส่วนใหญ่มักเป็นไฟตัดหมอกด้านหน้า ขณะที่ไฟตัดหมอกหลังยังคงมีให้เป็นบางรุ่น บางยี่ห้อเท่านั้น

    'ไฟตัดหมอกหน้า' ส่วนใหญ่มักมีความเข้มของแสงใกล้เคียงกับไฟหน้าฮาโลเจนทั่วไป แต่มีความพิเศษอยู่ที่ลำแสงที่พุ่งออกมานั้น จะถูกปรับให้ส่องลงพื้นและออกไปทางด้านข้างมากกว่าไฟหน้าปกติ โดยมีวัตถุประสงค์ดั้งเดิมเพื่อให้ผู้ขับสามารถมองเห็นขอบถนนได้ง่ายขึ้น ในเวลาที่ทัศนวิสัยด้านหน้าแย่มาก (เช่น ฝนตกหนัก, หมอกลงจัด ฯลฯ) ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถประคองรถให้อยู่ในเลนไปได้เรื่อยๆ

      ขณะที่ไฟตัดหมอกสมัยใหม่จะถูกออกแบบลำแสงให้เลี่ยขนานไปกับพื้นถนนด้วย เพื่อช่วยเสริมการทำงานของไฟหน้าให้ผู้ขับขี่สามารถมองเห็นทางได้ชัดเจนขึ้น ซึ่งไฟตัดหมอกประเภทนี้มักพบในรถยุโรป และรถญี่ปุ่นบางยี่ห้อ โดยไฟลักษณะนี้หากเผลอเปิดทิ้งไว้ในสภาพอากาศปกติ จะไม่กระทบกับสายตารถที่วิ่งสวนมาเท่าใดนัก (ยกเว้นพื้นถนนเปียกอาจสะท้อนเข้าตาได้เหมือนกัน)

     ส่วนไฟตัดหมอกที่ติดตั้งในรถญี่ปุ่นบางรุ่น มีลักษณะการกระจายแสงไปด้านหน้าแบบทั่วทิศทาง (หากนึกไม่ออกลองนึกถึงไฟฉายที่สามารถกระจายแสงได้กว้างๆนั่นแหละ) ซึ่งไฟตัดหมอกประเภทนี้มีประโยชน์ในการช่วยให้ผู้ขับขี่ที่สวนทางมามองเห็นได้จากระยะไกลขึ้นกว่าเดิม ในสภาพที่ทัศนวิสัยอยู่ในระดับแย่มาก แต่หากสภาพอากาศเป็นปกติแล้วนั้น ไฟตัดหมอกประเภทนี้จะแยงสายตาผู้ร่วมทางเป็นอย่างมากเช่นกัน

      ส่วนไฟตัดหมอกหลังนั้น จะมีลักษณะเป็นแสงสีแดงพุ่งตรงไปทางด้านหลัง มีความเข้มของแสงเท่ากับหรือมากกว่าไฟเบรกเล็กน้อย เพื่อให้ผู้ขับขี่ที่ตามมาสามารถมองเห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้นในสภาวะฝนตกหนักหรือหมอกลงจัด ช่วยป้องกันอุบัติชนท้ายได้ดีกว่าไฟท้ายปกติ แต่แสงที่ว่าจะแยงตาผู้ร่วมทางเป็นอย่างมาก หากเปิดใช้ในสภาพอากาศปกติ

แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าเมื่อไหร่ควรเปิดไฟตัดหมอก?

     โดยปกติแล้ว ไฟตัดหมอกทั้งด้านหน้าและด้านหลัง จะมีการเปิดใช้ก็ต่อเมื่อสภาพอากาศภายนอกแย่จัด จนส่งผลกระทบต่อทัศนวิสัยเท่านั้น (หากฝนตกปอยๆ แบบใช้ที่ปัดน้ำฝนช้าๆ ก็ไม่จำเป็นต้องเปิดหรอกครับ) ให้สังเกตว่าหากเราไม่สามารถมองเห็นไฟท้ายรถคันหน้าท่ามกลางสายฝนในระยะ 50-100 เมตร ก็สามารถเปิดไฟตัดหมอกช่วยได้แล้ว เมื่อทัศนวิสัยกลับมาเป็นปกติก็ให้รีบปิดไฟตัดหมอกโดยทันที


ขับรถทางไกลมืดๆ เปิดไฟตัดหมอกหน้าทิ้งไว้ดีหรือไม่?

     จริงอยู่ที่ว่า เมื่อเปิดไฟตัดหมอกคู่กับไฟหน้า จะทำให้ไฟหน้าดูสว่างขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าจะส่องได้ไกลขึ้นแต่อย่างใด แถมยังอาจรบกวนสายตาผู้ร่วมทางที่วิ่งสวนมาอีกต่างหาก ทางที่ดีผู้ที่ต้องขับขี่ทางไกลยามวิกาลบ่อยๆ การลงมือปรับตั้งไฟหน้าให้ส่องสว่างได้ไกลขึ้นกว่าปกติเล็กน้อย จะช่วยเพิ่มทัศนวิสัยได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า (แต่ต้องไม่ปรับให้สูงจนแยงตารถคันที่สวนมาด้วย)
    
     "ไฟตัดหมอก" ถือเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยได้มากหากใช้งานอย่างถูกต้อง หากรถของคุณติดตั้งมาให้ควรใช้ให้ถูกวิธี




[ ดาวน์โหลดแฟ้มประกอบ ]
  
Not Rated stars เฉลี่ย : Not Rated จาก 0 ครั้ง.
รายละเอียดผู้เขียนบทความ blog
blog name :
เจ้าของ blog :
อาชีพ :
สถานที่ทำงาน :
จำนวนบทความใน blog :
ระดับของ blog :
tqmbroker
อายซี่
6/10/2534

3 เรื่อง
[ มือใหม่ ]

ทั่วๆไป 5 อันดับล่าสุด

      จะรู้ได้อย่างไรว่าเมื่อไหร่ควรใช้ \"ไฟตัดหมอก\" 2/ก.ค./2558
      เรื่องของล้อแม็ก ทำไมต้องเลือกเบาไว้ก่อน 25/มิ.ย./2558
      การขับรถผ่านทางร่วมทางแยกหรือวงเวียน 1/เม.ย./2558
      รายชื่อมหาวิทยาลัยในระดับอุดมศึกษา ที่ 90 18/ก.ย./2557
      ขอต้อนรับเข้าสู่ฟรีเว็บ thai-soccerbet 25/ก.พ./2557


กำลังแสดงหน้าที่ 1/0 ->
<< 1 >>



ชื่อ/Email :
ใส่รหัสที่ท่านเห็นลงในช่องนี้
ความคิดเห็น


กรุณาใช้คำพูดที่สุภาพ และอย่าใช้คำพูดที่พาดพิงถึงบุคคลอื่นให้เสียหาย ขอขอบคุณที่ให้ความร่วมมือ


ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของระบบไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้งที่ wstr_school@hotmail.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป